ทำไมถึงคิดราคาเป็นชั่วโมง?
ทุกครั้งที่ลูกค้าใหม่ติดต่อเข้ามา สิ่งที่เหมือนกันสำหรับทุกลูกค้าคือ ใช้งบประมาณเท่าไร ซึ่งคำถามนี้ถ้าเป็นเราเป็นลูกค้า เราก็อยากรู้เหมือนกันครับ
แต่ว่า คำถามนี้ ผมไม่เคยตอบลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมาเลยครับ เพราะว่าการบอกราคาการ Implement โดยที่ยังไม่รู้ Scope หรือไม่รู้ว่าเป้าหมายการ Implement ของธุรกิจต้องการอะไร ก็เหมือนกับการบอกราคาค่าก่อสร้างบ้าน โดยที่ยังไม่มีแบบแปลนบ้านครับ

เราต้องตั้งคำถามก่อนว่า บ้านที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าใช้ชีวิตยังไงในบ้านหลังนี้ครับ ต้องการกี่ตารางเมตร มีกี่ชั้น มีกี่ห้องน้ำ ปูพื้นด้วยวัสดุอะไร
การ Implement ERPNext ก็เช่นเดียวกันครับ Scope ของการ Implement จะรวมไปถึง Modules อะไรบ้างครับ ลูกค้าต้องการ ใช้ Feature HR, CRM, Manufacturing ไหมครับ
ปัญหาของการคิดราคาแบบ Module
ผู้ให้บริการ ERPNext หลายเจ้าคิดราคาแยกตาม module โดยจะส่ง list มาให้ประมาณนี้:
Stock Module
- Selling Module Setup
- Data Import
- Customer Data Import
- Customer Group Data Import
- Selling Process Support
- Standard Selling Process
ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ไม่ใช่ open-source ก็ทำแบบเดียวกัน แถมยังบวก software license fee เพิ่มเข้ามาอีก
ประเด็นคือ "Standard Selling Process" ที่อยู่ใน list การให้บริการ ตรงกับกระบวนการทำงานจริงของธุรกิจคุณลูกค้าไหม? ถ้าไม่ตรง ทุกการเปลี่ยนแปลงจะกลายเป็น change request ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ถ้าข้อมูลต้องการ cleansing ก่อน import ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ถ้าต้องการ customization ก็บวกเพิ่มอีก
การจ่ายเงิน Implement ERPNext แบบคิดราคาแบบเหมา เหมือนกับการซื้อแบบบ้านสำเร็จแล้วสร้าง ถ้าธุรกิจของคุณพอดีกับแบบนั้นทุกอย่างก็ดี แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยมาก ทุกการแก้ไข คือ change request และทุก change request คือค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น
โปรเจกต์ที่เสนอราคามาที่ 500,000 บาท อาจจบลงที่ 1,000,000 บาท ได้ง่ายๆ
ยังมีปัญหาที่ซ่อนอยู่อีกอย่างหนึ่ง การเสนอราคาแบบเหมารวม อาจรวม feature ที่คุณไม่ได้ต้องการเข้ามาด้วย คุณอาจถูกเก็บเงินสำหรับ "Inventory พร้อม serial number และ batch tracking" ทั้งที่ธุรกิจของคุณไม่ได้ใช้ serial number เลย คุณกำลังจ่ายเงินสำหรับความซับซ้อนที่จะไม่ได้ใช้
การคิดราคาแบบรายชั่วโมงต่างกันอย่างไร
เราคิดราคาเป็นชั่วโมง ก่อนที่จะเขียน code แม้แต่บรรทัดเดียว เรานั่งคุยกับคุณก่อนเลยว่า ปัญหาอะไรที่คุณอยากแก้ไขที่สุด?
เริ่มจากตรงนั้น แก้ปัญหานั้นก่อน deploy เก็บ feedback แล้วค่อย loop กลับมา วิธีนี้ทำให้โปรเจกต์อยู่กับสิ่งที่สำคัญกับธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่ module list สำเร็จรูปที่คนอื่นออกแบบไว้
ข้อดีที่ใหญ่กว่านั้นคือ การคิดราคาแบบรายชั่วโมงเปิดพื้นที่ให้คุยเรื่อง trade-off กันได้จริง สมมติว่าคุณต้องการ feature ที่ต้องใช้เวลา 10 ชั่วโมงถ้าจะทำตามที่คิดไว้ทุกอย่าง เราสามารถคุยกันได้ว่า "ถ้าเปลี่ยนส่วนนี้ส่วนเดียว จะทำได้ภายใน 4 ชั่วโมงแทน" คุณเป็นคนตัดสินใจเองว่าส่วนนั้นคุ้มค่ากับ 6 ชั่วโมงที่เพิ่มมาหรือเปล่า การตัดสินใจนั้นควรอยู่ในมือคุณ ไม่ใช่ถูกฝังอยู่ใน module price แบบเหมาจ่าย
ความโปร่งใสแบบนี้คือสิ่งที่เราคิดว่า implementation partner ควรมอบให้คุณ