ERPNext เป็นระบบ ERP ที่ดีและครบถ้วน แต่ ณ ขณะที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้น (28-09-19) ยังมีข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับระบบอีคอมเมิร์ซ
ในปัจจุบัน มี 3 วิธีหลักๆ ในการใช้อีคอมเมิร์ซร่วมกับ ERPNext:
- ใช้ร้านค้าอีคอมเมิร์ซของ ERPNext โดยตรง
- เชื่อมต่อ ERPNext กับ Woocommerce
- เชื่อมต่อ ERPNext กับ Shopify
ร้านค้าอีคอมเมิร์ซของ ERPNext#
ERPNext มีระบบอีคอมเมิร์ซรวมอยู่ในตัวระบบ ERP หลักอยู่แล้ว
ข้อดี
- เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ERPNext อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องทำงานซ้ำซ้อน
- รองรับการเชื่อมต่อกับช่องทางการชำระเงินหลายประเภท เช่น
- PayPal
- Razorpay
- Braintree
- Stripe
- หน้าสินค้ารองรับรายละเอียดจำนวนมากและรองรับการใส่ meta tag แบบกำหนดเอง ซึ่งช่วยเรื่องการทำ SEO ได้ดี
ข้อเสีย
- ไม่มีธีมสำเร็จรูปให้เลือกมากนัก
- ผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิกก่อนถึงจะสามารถเพิ่มสินค้าในตะกร้าได้
หมายเหตุ: มีแอปแยกต่างหากชื่อ Awesome Cart ที่ช่วยทำให้ขั้นตอนการชำระเงินดูดีขึ้น แต่การนำมารวมกับ ERPNext นั้นค่อนข้างยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนักพัฒนาออกแบบไว้สำหรับโปรเจกต์เฉพาะและขึ้นอยู่กับแอปอื่นหลายตัว
อย่างไรก็ตาม แอปนี้ก็ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสร้างขั้นตอนการชำระเงินที่เหมาะสม รายละเอียดของแอปนี้มีอยู่ในกระทู้ "New App for one-page shopping cart experience" ในบอร์ด ERPNext - ฟังก์ชันอีคอมเมิร์ซบางส่วนขาดไปหรือจำเป็นต้องตั้งค่าใหม่ เช่น
- หน้ารายการสินค้า (Product listing) มีฟังก์ชันพื้นฐานค่อนข้างน้อย
- สินค้าที่มีตัวเลือกย่อย (Item variants) มี UI/UX บนเว็บที่ใช้งานไม่สะดวกและต้องปรับแก้
ERPNext กับ Woocommerce#
Woocommerce เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบโอเพ่นซอร์สที่ทำงานร่วมกับ Wordpress เขียนด้วยภาษา PHP ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโอเพ่นซอร์สที่ดีที่สุดในตลาด
ERPNext มีปลั๊กอินสำหรับ Woocommerce ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นเรื่องง่าย แต่การซิงค์ข้อมูลเป็นแบบ ทางเดียว ข้อมูลจะไหลจาก Woocommerce ไปยัง ERPNext เท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ใช่เหมาะสมเท่าไหร่นัก
ข้อดี
- Woocommerce เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ดีและมีส่วนแบ่งการตลาดเยอะที่สุดในกลุ่มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
- การเชื่อมต่อทำได้ง่าย เนื่องจาก ERPNext มีปลั๊กอินสำหรับ Woocommerce ให้แล้ว
- Wordpress มีเครื่องมือที่ช่วยในเรื่อง SEO ที่ดีมาก
- Woocommerce มีธีมสำเร็จรูปให้เลือกมากมาย
ข้อเสีย
- ปลั๊กอิน Woocommerce ของ ERPNext รองรับการเชื่อมต่อทางเดียวเท่านั้น ข้อมูล (สินค้า, ลูกค้า, ใบสั่งขาย, ภาษี) จะไหลจาก Woocommerce ไป ERPNext
- ผู้ใช้ยังต้องทำงานซ้ำ เช่น
- การอัปเดตสถานะคำสั่งซื้อ, การโอนสินค้า, และการอัปเดตสถานะการชำระเงิน ต้องทำทั้งใน Woocommerce และ ERPNext
ERPNext กับ Shopify#
Shopify เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สำหรับร้านค้าออนไลน์และระบบจุดขาย (POS)
ERPNext มีปลั๊กอิน Shopify Connector ซึ่งจะซิงค์ข้อมูลระหว่าง Shopify และ ERPNext โดยข้อมูลบางส่วนจะซิงค์ได้ทั้งสองทาง และบางส่วนจะไหลจาก Shopify ไปยัง ERPNext เท่านั้น
ข้อมูลสินค้าและลูกค้าจะซิงค์ได้ทั้งสองทางระหว่าง Shopify และ ERPNext แต่ข้อมูลใบสั่งขายจะส่งจาก Shopify ไป ERPNext เท่านั้น
ข้อดี
- Shopify ใช้งานง่ายและมาพร้อมธีมสำเร็จรูปจำนวนมาก
- ปลั๊กอิน Shopify Connector ของ ERPNext พัฒนาโดย Frappe Technologies Pvt. Ltd. (ผู้พัฒนา ERPNext) จึงมั่นใจได้ในคุณภาพโค้ด
ข้อเสีย
- Shopify ไม่ใช่โอเพ่นซอร์สและมีค่าใช้จ่ายรายเดือน